เตือนภัยสาวๆที่ชอบใส่จีสตริง

กางเกงใน จีสตริง ถือว่าเป็นเครื่องแต่งกายที่สุดจะเซ้กส์ซี่มาก สาวๆคนที่ได้ใส่จะทำให้ตนเองกลายเป็นแม่เสื้อสาวที่เร้าร้อนพร้อมทั้งความเซ็กส์ซี่ที่เพิ่ทมากยิ่งขึ้น ซึ่งโดยทั่วไปแล้วสาวๆมักจะใส่พร้อมกับกางเกงเอวต่ำ เสื้อเอวลอย จะช่วยเพิ่มความสวยงามขณะสวมใส่ได้มากขึ้น แต่ จีสตริง กลับแฝงไปด้วยโทษที่มีต่อร่างกายที่คุณสาวๆอาจจะไม่เคยรู้ แม้ จีสตริง จะดูสวยงามแต่เฃื่อหรือไม่ว่ามันคือแหล่งสะสมของเชื้อรา เนื่องจาก จีสตริง ที่เราเห็นว่าสามารถใส้เพื่อสร้างความสบายตัวกลับทำให้ติดเชื้อราในช่องคลอดได้ สาเหตุเกิดจากการกการเสียดสีที่บริเวณกลีบเนื้อของน้องสาวอยู่ตลอดเวลาที่สวมใส่ อาจจะทำให้เกิดอาการอักเสบบริเวณช่องคลอดได้ จีสตริง ยังทำให้เกิดความเสี่ยงต่อการติดเชื้อที่ทางเดินปัสสาวะ เนื่องจากบริเวณผ้าสายเดี่ยวจะกลายเป็นแหล่งสะสมของแบคทีเรียผ่านทางทวารหนักได้ เนื่องจากไม่ได้รับการป้องกันเฃื้อโรคอย่างเพียงพอ ยิ่งหากคุณชอบใส่ จีสตริง ที่มีขนาดเล็กหรือมีสายรัดที่แน่นจนเกินไป จะทำให้เกิดอาการระคายเคืองต่อเนื้อเยื่อหรือเกิดการเสียดสีจนทำให้เกิดแผลผิวหนังถลอกบริเวณร่องก้น หากยังไม่ทำการรักอาจจะร้างแรงจนเกิดอาการอักเสบที่บริเวณอวัยวะเพศหรือทวารหนักในภายหลังได้ ในความเป็นจริงแล้ว จีสตริง ไม่ใช่เครื่องแต่งกายที่มีอันตรายแต่อย่างใด เพียงคุณผู้ใส่ต้องรักษาความสะอาดอยู่เสมอ เนื่องจากสายของจีสตริงถือว่าเป็นแหล่งสะสมของแบคทีเรียอย่างดี คุณจึงไม่ควรใส่ซ้ำและตรวจเช็คขณพสวมใส่ว่าเกิดาอาการอับชื้นหรือไม่ เพราะไม่เช่นนั้นอาจจะเกิดปัญหาตกขาว กลิ่นเหม็น และคันที่บริเวณอวัยวะเพศได้

เคล็ดลับการบอกลาปัญหาเชื้อราในช่องคลอด

สาวๆอย่างเรามักจะเกิดปัญหาสุขภาพเฉพาะตัวที่ไม่สามารถปรึกษาได้จากเพศชายหรือผู้ที่ไม่มีความรู้มาก่อน อาจจะเพราะในหลายๆโรคคุณผู้ชายไม่จำเป็นจะต้องกังวลหรือประสบพบเจอได้นั่นเอง โรคเชื้อราในช่องคลอด โรคชนิดหนึ่งที่ปัจจุบันเราจะสามารถพบเห็นได้บ่อยๆ อาจจะด้วยรูปแบบชีวิตประจำวันของคุณผู้หญิงในทุกวันนี้ที่ต้องเผชิญกับความเสี่ยงทั้งสภาพอากาศ อาหารและเครื่องดื่มหรือปัจจัยอื่นๆร่วมกันด้วย เชื้อราในช่องคลอด สามารถเกิดขึ้นได้กับคุณผู้หญิงทุกๆคน ซึ่งอาการของมันจะเกิดอาการตกขาวและมีอาการคัน เมื่อเห็นอาการดังกล่าวให้สาวๆสามารถทำการรักษาด้วยตนเดงได้ ดั่งต่อไปนี้ 1. ผ่อนหลายและเลิกวิตกกังวล เชื่อหรือไม่ว่าการรักษาโรคไม่ว่าโรคใดๆก็ตามในเบื้องต้นเราไม่ควรเครียดหรือกังวลกับมันมากเกินไป ซึ่งโรคเชื้อราในช่องคลอดนี้ก็ไม่ใช่โรคร้ายแรงแต่อย่างใด ฉะนั้นไม่ควรเครียดมากจนเกินไปเพื่อป้องกันไม่ให้อาการของโรครุนแรงขึ้นไปกว่าเดิม 2. งดอาหารที่เสี่ยงต่อการแพ้ อาหารบางอย่างก็ไม่ได้เหมาะกับทุกๆคนเสมอไป ฉะนั้นหากคุณสัวเกตุตัวเองว่ามีอาการแพ้อาหารชนิดต่างๆ เช่น อาหารทะล ของหมักของดอง หรือนมบางชนิด ให้ทำการงดอาหารพวกนั้นโดยทันที เพื่อช่วยลดการเติมโตของเชื้อราให้มากที่สุด 3. ดูแลความสะอาดหลังมีเพศสัมพันธ์ การทำความสะอาดอวัยวะเพศทุกครั้งหลังมีเพศสัมพันธ์ถือว่าเป็นเรื่องที่เพราะเชื้อรามักจะเติบโตได้ดีเมื่อภายในช่องคลอดเกิดอาการแฉะเปียกชื้น สามารถทำความสะอาดอย่างง่ายๆด้วยน้ำสะอาดเพื่อลดอาการระคายเคืองต่อจุดซ่อนเล้น 4. ซักชุดชั้นในอยู่เสมอ เชื้อราสามารถเติบโตได้ในเสื้อผ้าที่มีความอับชื้นหรือไม่สะอาด ฉะนั้นเราควรซักชุดชั้นในและตากให้แห้งก่อนนำมาสวมใส่เสมอ ไม่ควรใส่ซ้ำเพราะจะยิ่งทำให้เชื้อราเกิดการเจริญเติบโตที่ดี โรคเชื้อราในช่องคลอด จะไม่ใช่โรคร้ายที่น่ากลัวสำหรับคุณสาวๆอีกต่อไป เพียงแค่คุณหันมาดูแลตัวเองเพื่อสร้างสุขภาพที่ดีดีกว่ามามองหาวิธีการรักษาที่อาจจะทำให้สายเกินแก้ก็เป็นได้

มารับประทานอาหารเพื่อต่อต้านมะเร็งเต้านมกันเถอะ

นับวันผ่านไปโรคร้ายก็เริ่มจะทีวความรุนแรงมากขื้นเรื่องๆ ผู้หญิงอย่างเราถือว่าเป็นเพศที่มีความเสี่ยงต่อการเป็นโรคต่างๆอยู่ไม่ใช่น้อยโดยเฉพาะโรคมะเร็ง เมื่อร่างกายเกิดความอ่อนแอหรือไม่รับสารที่เป็นอันตรายมากจนเกินไปร่างกายจะเกิดความเสื่อมสภาพและเกิดเป็นมะเร็งตามจุดต่างๆ โดยมะเร็งที่สาวๆต่างหวาดกลัวมากที่สุดคือ มะเร็งเต้านม มะเร็งเต้านม สามารถเกิดได้จากปัจจัยเสี่ยงต่างๆ เช่น กรรมพันธุ์ รับประทานอาหารไม่เหมาะสม หรือได้รับสารเคมีที่เป็นอันตรายต่อร่างกายมากจนเกินไป แต่เราเองก็สามารถสร้างภูมิคุ้มกันเพื่อควบคุมและต่อต้านความเสี่ยงในการเกิดโรคมะเร็งนี้ได้ด้วยการรับประทานอาหารดั่งต่อไปนี้ กลุ่มผักมีสี ผักมีสีเข้มเหล่านี้จะอุดมไปด้วย ไบโอฟลาวานอยด์และแคโรทีนอยด์ ซึ่งเป็นสารต้านอนูมูลอิสระ ช่วยเพิ่มภูมิคุ้ม กันให้แก่ร่างกายเพื่อใช้ในการทำลายเซลล์มะเร็ง กะหล่ำปลี ถือว่าเป็นที่โด่งดังมากเพราะจากการวิจัยจากสถาบันชื่อดังระดับโลกพบว่า กะหล่ำปลีและกะหล่ำดอก อุดมไปสารไฟโตเคมิคัล ที่ที่สามารถต่อต้านมะเร็งเต้านมได้โดยเฉพาะ อีกทั้งยังเพิ่มฮอร์โมนเอสโตรเจนที่ช่วยป้องกันมะเร็งได้ทุกระยะ เครื่องเพทศบางชนิด ไม่ว่าจะเป็น กระเทียม หอมแดง หอม พริก ขิง ข่า ขมิ้นหรือพริกไทยดำ สมุนไพรเหล่านี้จะอุดมไปด้วยสารที่มีประโยชร์อย่าง ออร์กาโนซัลเฟอร์ แคปไซซิน ซึ่งมีความสามารถในการทำลายเชื้อมะเร็งได้อย่างน่าเหลือเชื่อ นอกจากนั้นยังมีสารทางธรรมชาติที่จะช่วยกระตุ้นภูมิคุ้มกันให้กับร่างกายได้กลับมาแข็งแรงมากยิ่งขึ้น นอกจากการรับประทานอาหารที่มีประโยชน์แล้วคุณสาวๆจำเป็นจะต้องออกกำลังกาย นอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอ และหมั่นตรวจเช็คเต้านมของตนเองแบบง่ายๆ จะช่วยทำให้สามารถรักษาอาการได้อย่างทันท่วงทียิ่งขึ้น

บอกลาอาหารเหล่านี้หากไม่อยากอ้วน

หากจะพูดถึงของกินที่สุดแสนจะอร่อยนั้นถือว่ามีมากมาย จริงอยู่ที่อาหารมักจะอุดมไปด้วยสารอาหารที่จำเป็นในการดำเนินชีวิต แต่อาหารสุดแสนอร่อยบางชนิดกฝ้มักจะแฝงไปด้วยปริมาณแคลลอรี่หรือพลังงานที่มากจนเกินความจำเป็นของร่างกาย เมื่อรับเข้ามากๆและสะสมก็จะแปรเปลี่ยนเป็นไขมันตามส่วนต่างๆของร่างกายจนเกิดความรู้สึกอ้วนขึ้นได้นั่นเอง เมื่อรู้ถึงสาเหตุของอาการอ้วนกันแล้วเราจะมาแนะนำวิธีการบอกลาความอ้วนมาฝากกัน สิ่งแรกที่ควรทำคือการการเปลี่ยนพฤติกรรมในการกินข้าวหนึ่งจานเสียก่อนเพราะ รู้หรือไม่ว่าข้าวตามสั่งหรือข้าวราดแกงทั่วไปนั้นมีจำนวนแคลลอรี่ที่สูงเกือบๆ 500 แคลลอรี่ ฉะนั้นเราควรเลือกทานกับข้าวที่มีเนื้อน้อยๆผักเยอะๆ และให้แบ่งทานข้าวเพียงแค่ครึ่งหนึ่งของจำนวนข้าวทั้งหมดเท่านั้น เพราะข้าวมักจะอุดมไปด้วยแป้งที่สามารถแปรเปลี่ยนเป็นน้ำตาลและไขมันให้กับเราได้หากรับประทานเข้าไปมากจะทำให้กลายเป็นไขมันส่วนเกินได้ บอกบลาอาหารบางชนิดเช่น ก๋วยเตี๋ยวผัด ก๋วยเตี๋ยวแห้ง เพราะอาหารชนิดนี้จะมีส่วนผสมของน้ำมันจำนวนมาก ฉะนั้นควรงดอาหารที่ผ่านการผัด ทอด หรือใช้น้ำมันเป็นตัวทำหลัก จะช่วยทำให้ร่างกายไม่ต้องรับพลังงานที่มากเกินต้องการนั่นเอง เครื่องดื่มกาแฟหรือน้ำผลไม้ จริงอยู่ที่เครื่องดื่มเหล่านี้ให้ประโยชน์แต่มันก็เต็มไปด้วยน้ำตาลและสารให้ความหวานที่พร้อมจะทำให้คุณอ้วนขึ้นได้อยู่เสมอ อย่างน้อยๆก็ควรควบคุมปริมาณไม่ให้เกิน หนึ่งแก้ว ในตลอดทั้งวันหรือหันมาดื่มน้ำสะอาดแทนจะดีที่สุด ฉะนั้นสาวๆคนไหนที่อยากจะมีหุ่นดีหรือผอมเพียวควรบอกลาอาแหารเหล่านี้เสีย เพื่อช่วยให้ร่างกายสามารถเผาผลาญและดึงนำพลังงานต่างๆไปใช้ได้อย่างพอเหมาะซึ่งดีกว่าการอดอาหารเพื่อลดน้ำหนักอย่างแน่นอน

จะทำอย่างไรเมื่อวัยวะเพศคุณผู้หญิงเกิดหมองคล้ำ

สาวๆมักจะหวงแหนความสวยงามและความดูดีของตนเองอยู่เสมอ ทั้งใบหน้า ผิวพรรณ รูปร่าง และสุขภาพภายในไม่เว้นแม้แต่กระทั้งที่บริเวณอวัยวะเพศของตนเอง ซึ่งถือว่าเป็นที่สงวนที่ไม่ว่าสาวๆคนไหนก้มักกังวลเกี่ยวกับอาการที่เราเรียกกันว่า น้องสาวดำ สาวๆหลายคนมักมีความเชื่อกันว่าการมีเพศสัมพันธ์ถี่ๆหรือเป็นประจำทุกวัน อาจจะทำให้น้องสาวหรืออวัยวะเพศหญิงของคุณสาวๆเกิดหมองคล้ำหรือดำขึ้น ซึ่งถือว่าเป็นความเชื่อที่ผิดอย่างมากเพราะในความเป็นจริงอาการหมองคล้ำดังกล่าวไม่ได้เกิดจากการเสียดสีที่มากจนเกินไปของอวัยะเพศแต่เกิดจากเม็ดสีเมลลานีนที่บริเวณผิวหนังส่วนนั้น ซึ่งเราจะสามารถสังเกตุได้จากผิวหนังบริเวณริมฝีมากและผิวหนังส่วนอื่นๆ ซึ่งหากคุณมีผิวหนังที่ขาวอยู่ด้วยกรรมพันธ์เป็นได้มากที่น้องสาวจะมีสีขาวชมพูสวยน่ามอง แต่ในทางตรงกันข้ามการมีเพศสัมพันธ์กลับจะยิ่งทำให้ผิวพรรณของคุณสาวๆในบริเวณน้องสาวหรือทั่วทั้งร่างกายกลับมามีสุขภาพดียิ่งขึ้น เพราะเพศสัมพันธ์สามารถช่วยกระตุ้นการไหลเวียนของเลือด ทำให้ผิวพรรณเปล่งปลั่ง กระตุ้นการหลังสารแห่งความสุขเพื่อให้ระบบการทำงานต่างๆดีมากยิ่งขึ้น โดยอัตราในการมีเพศสัมพันธ์ที่เหมาะสมจะอยู่ที่ 3 – 4 ครั้งต่อสัปดาห์ หากคุณกังวลกับอาการอวัยวะเพศไม่ขาวใสและดูหมองคล้ำกว่าเท่าที่ควร สามารถใช้ผลิตการดูแลผิวที่อ่อนโยนต่อจุดซ่อนเร้นเพื่อช่วยดูแลผิวของคุณให้มีสุขภาพดี ไร้กลิ่น ไร้สิ่งสกปรก นั่นจะทำให้น้องสาวของคุณแลดูสุขภาพดีได้มากขึ้นเอง

มาดื่มน้ำสุขภาพเช่วยล้างสารพิษกันเถอะ

ในปัจจุบันโลกเราได้เปลี่ยนไปเต็มไปด้วยสิ่งที่ไม่พึงประสงค์มากมาย ไม่ว่าจะอาหาร เครื่องดื่มต่างๆ ด้วยส่วนผสมที่ไม่ได้มีประโยชน์ต่อร่างกายมากนัก ซ้ำยังสามารถทำลายสุขภาพของเราได้โดยที่ไม่ทันระวังหรือตั้งตัว เราจึงจำเป็นต้องมองหาอาหารหรือเครื่องดื่มเพื่อช่วยเติมสารอาหารที่มีประโยฃน์ให้ร่างกายได้ใช้สร้างเสริมการทำงานและฟื้นฟูร่างกายไปพร้อมๆกัน วันนี้เราจึงอยากแนะนำสูตรน้ำผักเพื่อช่วยล้างสารพิษภายในร่างกายและดูแลสุขภาพไปด้วยกัน น้ำดื่มสุขภาพสูตรนี้ถือว่าทำได้ไม่ยาก ให้คุณเตรียม บรอกโคลี 100 กรัม, คะน้า 100 กรัม, ผักชีฝรั่ง 25 กรัม, แอปเบิ้ล 200 กรัม, ขึ้นฉ่าย 50 กรัม จากนั้นให้เริ่มคั้นน้ำผักบรอกโคลี คะน้า ผักชีฝรั่ง แอปเปิ้ลและขึ้นฉ่าย เตรียมไว้และให้ทำการแยกกากให้เรียบร้อย เมื่อเตรียมเสร็จเรียบร้อยมห้นำผักและผลไม้ที่ได้มาผสมให้เข้ากันทั้งหมด ถือว่าเป็นอันเสร็จเรียบร้อยใส่น้ำแข็งพร้อมเสิร์ฟเป็นเครื่องดื่มเย็นๆเพื่อช่วยบำรุงร่างกายปละสร้างความสดชื่น นอกจากรสที่ดีแล้วเครื่องดื่มสุขภาพแก้วนี้ยังอุดมไปด้วยเกลือแร่ วิตามินต่างๆ และประโยชน์จากผักใบเขียวที่สามารถฟื้นฟูตับ ทำให้ตับสะอาด ขับปัสาวะเพื่อนำเอาของเสียออกจากร่างกาย สามารถดีท๊อกซ์ลำไส้ใหญ่ อีกทั้งยังมีสารฟลาโวนอยด์และสารออกซิแดนท์สูงที่สามารถช่วยป้องกันโรคหลอดเลือดหัวใจและมะเร็งลำไส้ได้ เครื่องดื่มนี้เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการล้างสารพิษออกจากล้างกายซึ่งควรดื่มเพียงอาทิตย์ละ 1 ครั้งเท่านั้น ไม่เหมาะกับผู้ที่ตั้งครรภ์ มีอาการของโรคเบาหวานหรือรับประทานยารักษาไตหรือตับเป็นประจำ

เคล็บการลดความเครียดด้วยลมหายใจ

ความเครียดมักจะเกิดขึ้นกับเราอยู่เสมอ ยิ่งหากใครที่ต้องทำงานนอกบ้าน ในบ้าน เรียนหนังสือ สอบ หรือต้องใช้ความคิดในเรื่องธุรกิจต่างๆมักจะทำให้เกิดความเครียดขึ้นอยู่เสมอ จนทำให้เกิดเป็นปัญหาในการดำเนินฃีวิตต่างๆเพราะอาการปวดหัวมักส่งผลต่อร่างกายอย่างเห็นได้ชัด ไม่ว่าจะเป็นอาหารปวดศรีษะ อาการวิงเวียน หรืออาการไม่สบายเนื้อสบายตัว ครั้นจะหายาพารารับประทานในจำนวนมากหรือติดต่อกันมากเกินไปอาจจะทำให้เกิดผมเสียต่อร่างกายขึ้นได้ เราจึงอยากแนะนำวิธีการลดความเครียดแบบง่ายๆอย่างการ สูดลมหายใจ เมื่ออาการเครียดได้เกิดขึ้นแล้วร่างกายจะตอบสนองด้วยวิธีการต่างๆเพื่อบ่งบอกให้คุณรู้ว่าตอนนี้สภาวะความเครียดกำลังส่งผลต่อร่างกาย เมื่อคุณรู้สึกได้ถึงอาการที่ไม่สบายตัวสักเท่าไรนัก ให้เริ่มผ่อนคลายหรือแก้เครียดด้วยวิธีแบบง่ายๆ ด้วยการใช้กล้ามเนื้อรอบทรงอก ซึ่งจะเป็นพื้นที่กล้ามเนื้อระหว่างซี่โครงและกล้ามเนื้อหน้าอกที่จะช่วยในการยืดหน้าอก ยืดไหล่ และประคองปอดของเราไว้นั่นเอง จากนั้นให้โฟกัสที่กล้ามเนื้อกระบังลมซึ่งจะอยู่ในช่วงทรวงอกจนถึงช่องท้อง เริ่มต้นด้วยการหายใจเข้าลึกๆให้สุดโดยให้คุณยกไหล่และยืดอกอย่างเต็มที่ ซึ่งจะช่วยส่งลมหายใจของเราให้สามารถเข้าออกได้อย่างสุดปอดมากยิ่งขึ้น หลับต่าและเพิ่มสามาธิให้กับทุกๆลมหายใจเข้าออก ผ่อนคลายไม่คิดวิตกใจสั่นจากนั้นออกซิเจนจะเข้าไปช่วยทำให้การไหลเวียนของเลือดและระบบต่างๆเป็นไปอย่างปกติสมดุลมากยิ่งขึ้น การหายใจที่ลึกและดีสามารถสร้างผลดีให้กับร่างกายได้อย่างมากมาย เฃ่น ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพของปอดให้แข็งแรง ผ่อนคลายสมองแจ่มใส และนี่จึงทำให้ความเครียดของคุณหายไปได้นั่นเอง

วิตามินซีมีประโยชน์จริงหรือไม่

วิตามินถือว่าเป็นสิ่งที่สำคัญต่อร่างกายเป็นอย่างมาก นอกจากร่างกายจำเป็นจะต้องดึงเอาวิตามินเพื่อเป็นตัวช่วยในการทำงานของส่วนต่างๆในร่างกาย ซึ่งผิวพรรณเองก็ถือว่าเป็นส่วนหนึ่งที่ต้องกรารวิตามินเช่นกัน โดยวิตามินที่เราได้ยินมานานว่าสามารถช่วยดูแลผิวพรรณของเราได้จริงๆ แล้วในความเป็นจริงแล้ววิตามินให้อะไรกับผิวพรรณของเราจริงหรือไม่เรามาหาคำตอบไปด้วยกัน วิตามินซี ถือว่าเป็นที่ที่มีความจำเป็นต่อร่างกายเป็นอย่างมาก ด้วยความสามารถในการสร้างคอลลาเจนได้หลายๆส่วนทั่วทั้งร่างกายไม่ว่าจะเป็น กล้ามเนื้อ กระดูกอ่อน ฟัน หลอดเลือดและผิวหนัง ซึ่งคอลลาเจนจะช่วยสร้างกระดูก สร้างกล้ามเนื้อ สร้างการเจริญเติบโตของร่ากายที่ดี ช่วยผลัดเซลล์ผิวที่เสียและเปลี่ยนเป็นเซลล์ที่ โดยปกติแล้ววิตามินซีจะมีจำนวนมากในอาหารประเภทผักและผลไม้ที่มีรสเปรี้ยว เช่น มะนาว ส้มหรือฝรั่ง วิตามินซีมีคุณสมบัติในการต่อต้านอนุมูลอิสระจึงทำให้ผิวมีความขาว ไม่หมองคล้ำ และยังช่วยลดโอกาสในการถูกทำร้ายผิวจากแสงแดดหรือสิ่งสกปรกต่างๆ เมื่อศึกษาอยากละเอียดจะพบว่ามันสามารถช่วยบำรุงรักษาเซลล์ได้ทั้งภายนอกและภายใน จึงทำให้ผิวพรรณกระชับเต่งตึงมากยิ่งขึ้น ปัจจุบันได้มีผลิตภรรณเสริมอาหารมากมายที่มีส่วนผสมของ วิตามินซี เพื่อช่วยเติมเต็มความต้องการของร่างกาย อย่างน้อยวันละ 1000 – 2000 มิลลิกรัม ซึ่งถือว่าเป็นปริมาณที่มากเพียงพอในการบำรุงผิวพรรณในทุกๆวัน ซึ่งนอกจากประโยชน์ที่สามารถช่วยดูแลสุขภาพได้ทั้งภายในและภายนอกวิตามินซียังไม่ก่อให้เกิดผลข้างเคียงหากรับประทานในปริมาณที่มากจนเกินไป ร่างกายจะสามารถขับออกมาได้ต่างเหงื่อหรือของเหลวเพราะวิตามินซีสามารถละลายในน้ำได้นั่นเอง

ล้างมืออย่างไรให้ห่างไกลจากโรค

มนุษย์เราใช้อวัยวะต่างๆเพื่อตอบสนองกิจวัตรประจำวันต้องเรียกว่าทั่วทุกร่างกาย โดยเฉพาะอวัยวะหนึ่งที่เราจะขาดไม่ได้นั่นคือ มือ เพราะเราจำเป็นจะต้องใช้มือในการหยิบจับสิ่งของ เขียนงาน จัดการทุกสิ่งทุกอย่างให้เข้าที่เข้าทาง มือถือว่าเป็นอวัยวะที่สำคัญมากส่วนหนึ่งของร่างกายแต่มันกลับเป็นสิ่งที่นำพาอันตรายเข้าสู่ร่างกายของเราได้มากที่สุด เพราะเมื่อมือของเราไปสัมผัสกับสิ่งของในขณะทำกิจกรรมต่างๆมักจะติดนำเอาเชื้อโรคกลับมาด้วย และเมื่อเรานำมือมาสัมผัสกับใบหน้า หู จมูก หรือปาก มีสิทธิ์ที่เชื้อโรคเหล่านั้นจะแพร่เข้าสู่ร่างกายได้ไม่มากก็น้อย แต่ความกังวลและความเสี่ยงเหล่านั้นจะหมดไปหากเราเข้าใจวิธีการทำความสะอาดมือหรือการล้างมือที่ถูกต้อง เนื่องจากการล้างมือถือว่าเป็นวิธีการกำจัดเชื้อโรคที่ได้สาตรฐานที่สุด แต่ใช่ว่าทุกๆคนจะเข้าใจหลักการล้างมือที่ถูกต้องเพราะหากคุณล้างด้วยน้ำเปล่าไม่ถึง 5 วินาทีแล้วล่ะก็บอกเลยว่ายากที่มือจะสะอาดได้อย่างแท้จริง เริ่มต้นให้คุณจัดเตรียมสบู่สำหรับล้างมือไว้เรียบร้อย เริ่มจากการถูที่หน้ามือด้วยการฟอกสบู่ลงบนฝ่ามือและง่ามนิ้วด้านหน้าให้ทั่ว จากนั้นให้ฟอกถูหลังมือและง่ามือด้านหลังและฟอกตามนิ้วมือและข้อนิ้วด้านหลังให้ทั่วจากโคนนิ้วสู่ปลายนิ้ว ฟอกนิ้วโป้งให้ทั่วและกลับมาฟอกที่บริเวณฝ่ามืออีกครั้งตามด้วยบริเวณข้อมือ อย่าลืมล้างด้วยน้ำสะอาดให้เรียบร้อยและเช็ดมือให้อยู่เสมอ และพยายามหลีกเลี่ยงการสัมผัสกับสิ่งของที่เป็นอันตราย วัตถุที่มีสารเคมีอันตรายต่างๆ เพราะเมื่อคุณเผลอใช้มือหยิบจับอาหารแล้วจะทำให้เกิดอันตรายถึงชีวิตได้

อันตรายที่มาพร้อมกับอากาศในหน้าฝน

หน้าฝนถือว่าเป็นช่วงเวลาที่หลายๆคนมักจะชอบ ด้วยอาการที่เต็มไปด้วยที่ช่วยนำพาเอาความเย็นฉ่ำที่ช่วยแก้ร้อนได้เป็นอย่างดี แต่ฝนไม่ได้นำพามาแต่ความเย็นเท่านั้นกลับนำสิ่งที่เราไม่ทันได้ระวังอย่างโรคร้ายต่างๆเข้ามาสู่ร่างกายของเรา วันนี้เราจึงอยากแนะนำโรคร้ายที่มากับฝนร้อมวิธีป้องกันเอสุขภาที่ดีมาฝากกัน โรคชนิดแรกที่เราควรระวังคือ โรคทางเดินหายใจ จริงอยู่ที่ฝนไม่ได้เป็นอันตรายแต่อย่างใดกับระบบหายใจโดยตรงเมื่อสัมผัส แต่ฝนในปัจจุบันนี้ก็ใช่ว่าจะสะอาดเหมือนในสมัยก่อนเพราะด้วยฝุ่นละอองต่างๆ สารเคมี เชื้อไวรัสหรือแบคทีเรีย ที่ร้อมจะทำให้คุณป่วยเป็นโรคหวัด ไข้หวัดใหญ่ อาหารอักเสบต่างๆที่ระบบทางเดินหายใจ ทอมซิน คอ หลอดลม และอาจจะร้ายแรงถึงขนาดเป็นปอดบวมได้ ไข้เลือดออก อย่าทำเป็นดูถูกโรคนี้เป็นอันขาดยิ่งเป็นช่วงเวลาหน้าฝนแบบนี้เหมาะสำหรับการวางไข่ของยุงลายเป็นอย่างมาก หากมีไข้สูง 2 – 3 วัน ควรบแพทย์เพราะหากรักษาได้ทันท่วงทีอาจจะร้ายแรงจนเสียชีวิตได้ โรคทางเดินอาหาร โรคท้องเสียหรือโรคท้องร่วงนั้นไม่ได้มีอยู่ในช่วงเวลาหน้าร้อนเท่านั้น เพราะว่าโรคอุจจาระร่วงเฉียบพลัน อาการปวดท้องบิด ไทฟอยด์ หรืออาหารเป็นพิษ จะเกิดจากเชื้อแบคทีเรียและจุลลินทรีย์ต่างๆ สิ่งที่เราควรทำเมื่อถึงเวลาหน้าฝนคือการรับประทานที่สะอาดปรุงสุก หากต้องออกจากนอกบ้านเพื่อเผชิญกับฝนคือการป้องกันตัวเองด้วย ร่มกันฝน เสื้อกันฝน หากต้องไปในถนานที่ที่มีผู้คนลุกล่านควรมองหาหน้ากากอนามัยเอทำการปิดปาก ป้องกันการจาม ไอ และควรระมัดระวังไม่ให้มือไปสัมผัสกับสิ่งต่างๆเราะอาจจะเจอกับน้ำมูก น้ำลาย หรือเสมหะของคนอื่นๆจนทำให้เรารับเชื้อโรคต่างๆเข้าสู่ร่างกายได้